อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การทดสอบระดับ 162.65 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าเส้นศูนย์อย่างมีนัยสำคัญแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพการปรับตัวลงของคู่เงินไว้ การทดสอบระดับ 162.65 ครั้งที่สองได้กระตุ้นให้เกิด Buy Scenario หมายเลข 2 ซึ่งให้กำไรเพียงเล็กน้อยราว 10 จุด
ขณะนี้ความสนใจของตลาดหันไปที่การประกาศข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐล่าสุด รายงาน June ADP Employment Change และดัชนี ISM Manufacturing PMI จะถูกเผยแพร่ออกมาในอีกไม่นานนี้ ตัวชี้วัดเชิงมหภาคเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Federal Reserve ในอนาคต
รายงาน ADP ซึ่งเผยแพร่ก่อนข้อมูลการจ้างงานอย่างเป็นทางการของสหรัฐ จะช่วยบ่งชี้ทิศทางการจ้างงานในภาคเอกชนล่วงหน้า ตัวเลขที่ออกมาแข็งแกร่งอาจหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นมีแนวโน้มที่จะถูกจำกัดด้วยความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการแทรกแซงตลาดของ Bank of Japan ส่วนดัชนี ISM Manufacturing PMI จะให้ภาพรวมสภาวะของภาคการผลิตในสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยทั่วไป ตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้การขยายตัวของภาคการผลิต ขณะที่ตัวเลขต่ำกว่า 50 สะท้อนการหดตัว
ความสนใจเป็นพิเศษจะถูกจับจ้องไปที่สุนทรพจน์ของ FOMC Chairman Kevin Warsh ผู้เข้าร่วมตลาดจะวิเคราะห์ถ้อยแถลงของเขาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต สัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกว่า Federal Reserve ยังพร้อมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มีแนวโน้มจะช่วยหนุนให้คู่เงิน USD/JPY ปรับตัวขึ้นต่อได้
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวันของผม ผมจะเน้นอิงการดำเนินการตาม Scenario หมายเลข 1 และ Scenario หมายเลข 2 เป็นหลัก
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY หากราคาขึ้นไปถึงระดับเข้าซื้อบริเวณ 162.78 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 163.08 (เส้นสีเขียวหนากว่าบนกราฟ) บริเวณ 163.08 ฉันวางแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และพิจารณาเปิดสถานะขายทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามราว 30–35 จุด คู่สกุลเงินนี้อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในวันนี้ แม้ว่าช่วงการปรับขึ้นน่าจะค่อนข้างจำกัด สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 162.64 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่สกุลเงินนี้ และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นของตลาด ในกรณีนี้ ราคามีโอกาสดีดขึ้นไปที่บริเวณ 162.78 และ 163.08
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY หลังจากที่ราคาทะลุลงต่ำกว่า 162.64 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งน่าจะกระตุ้นให้คู่สกุลเงินนี้ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายการปรับตัวลงหลักอยู่ที่ 162.31 ซึ่งฉันวางแผนจะปิดสถานะขาย และพิจารณาเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้นราว 20–25 จุด แรงขายอาจกลับมาอีกครั้งหาก Bank of Japan เข้าดำเนินการแทรกแซงตลาด สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลง
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 162.78 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของคู่สกุลเงินนี้ และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลงของตลาด ในกรณีนี้ ราคามีโอกาสปรับตัวลงไปที่บริเวณ 162.64 และ 162.31
สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าเทรด โดยทั่วไปแล้วควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแกว่งตัวของราคาที่รุนแรง หากคุณเลือกเทรดช่วงมีข่าว ควรใช้คำสั่ง Stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดโอกาสขาดทุน การเทรดโดยไม่ตั้ง Stop-loss อาจทำให้คุณสูญเสียเงินในพอร์ตทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเปิดขนาดสัญญา (Position Size) ใหญ่เกินไปโดยไม่บริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุดแล้ว อย่าลืมว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น แผนที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าออกออเดอร์แบบฉับพลันโดยอิงเพียงสภาพตลาด ณ ขณะนั้น มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (Intraday Trader)