อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้ Bitcoin ทำสถิติสูงสุดรายเดือนอีกครั้ง โดยปรับตัวขึ้นมาที่ 80,500 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ขยับขึ้นมาที่ 2,397 ดอลลาร์
Bitcoin สินทรัพย์ดิจิทัลตัวชูโรง กำลังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องข้อตกลงประนีประนอมระหว่างตัวแทนภาคธนาคารกับอุตสาหกรรมคริปโต โดยการหารือมุ่งไปที่ร่างกฎหมาย CLARITY เกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนของ stablecoins
แม้รายละเอียดของร่างกฎหมายจะยังไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด แต่มีข้อมูลออกมาว่าภาคธนาคารสามารถผลักดันให้ใส่ข้อจำกัดบางประการเข้าไปได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้ตัดโอกาสการสร้างรายได้จากการถือ stablecoins เพียงแต่มีการเปลี่ยนกลไกการสร้างรายได้เป็นสำคัญ
ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่า ผู้ถือ stablecoins จะสามารถสร้างรายได้แบบ passive income ได้เพียงแค่ถือสินทรัพย์เอาไว้ แต่ภายใต้ข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันล่าสุด รายได้จะถูกจ่ายให้ก็ต่อเมื่อมีการนำ stablecoins ไปใช้งานจริงเท่านั้น นั่นหมายความว่าการลงทุนจะให้ผลตอบแทนก็ต่อเมื่อมีการใช้งานอย่างแข็งขันในการทำธุรกรรม เช่น การชำระเงินหรือการโอน
แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้มีการนำ stablecoins ไปใช้จริงในระบบเศรษฐกิจ โดยผลักปัจจัยด้านการเก็งกำไรให้ถอยไปอยู่เบื้องหลัง ด้านหนึ่ง ธนาคารได้รับหลักประกันด้านการกำกับดูแลและการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการออกและการหมุนเวียนของ stablecoins ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมคริปโตก็ยังคงสามารถพัฒนาและบูรณาการ stablecoins เข้ากับระบบการเงินที่มีอยู่เดิมได้ต่อไป
ข่าวนี้น่าจะยังคงส่งผลต่อพฤติกรรมราคา Bitcoin และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมในอนาคตอันใกล้
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวันในตลาดคริปโต ผมจะยังคงมองหาโอกาสจากการย่อตัวแรงของราคา Bitcoin และ Ethereum โดยตั้งสมมติฐานว่าตลาดขาขึ้นระยะยาวยังคงดำเนินต่อไป ไม่ได้หายไปไหน
ส่วนในมุมมองการเทรดระยะสั้น กลยุทธ์และเงื่อนไขต่าง ๆ จะอธิบายไว้ด้านล่าง
สถานการณ์ที่ 1: ผมวางแผนจะซื้อ Bitcoin วันนี้เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าซื้อบริเวณ 80,140 ดอลลาร์ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ระดับ 81,100 ดอลลาร์ เมื่อราคาขึ้นมาถึงบริเวณ 81,100 ดอลลาร์ ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อและขายทำกำไรทันทีเมื่อเกิดการย่อตัวของราคา ก่อนเข้าซื้อจากจังหวะเบรกเอาต์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และตัวชี้วัด Awesome อยู่เหนือระดับศูนย์
สถานการณ์ที่ 2: สามารถพิจารณาซื้อ Bitcoin จากบริเวณแนวรับล้างสุดแถว ๆ 79,600 ดอลลาร์ หากตลาดไม่มีปฏิกิริยาต่อการเบรกเอาต์ในทิศทางตรงข้าม และราคากลับขึ้นไปยังโซน 80,100 ดอลลาร์ และ 81,100 ดอลลาร์
สถานการณ์ที่ 1: ผมวางแผนจะขาย Bitcoin วันนี้เมื่อราคาลงมาถึงจุดเข้าแถว ๆ 79,600 ดอลลาร์ เป้าหมายทำกำไรจากฝั่งขายอยู่ที่บริเวณ 78,500 ดอลลาร์ เมื่อราคาลงมาถึงประมาณ 78,500 ดอลลาร์ ผมมีแผนจะปิดสถานะขายและกลับเข้าซื้อทันทีเมื่อมีการดีดกลับ ก่อนเปิดสถานะขายจากจังหวะเบรกเอาต์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันอยู่เหนือกว่าราคาปัจจุบัน และตัวชี้วัด Awesome อยู่ในโซนต่ำกว่าระดับศูนย์
สถานการณ์ที่ 2: สามารถพิจารณาขาย Bitcoin จากบริเวณแนวต้านด้านบนที่ 80,100 ดอลลาร์ หากตลาดไม่มีปฏิกิริยาต่อการเบรกเอาต์ในทิศทางตรงข้าม และราคากลับลงมาที่โซน 79,600 ดอลลาร์ และ 78,500 ดอลลาร์
สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะซื้อ Ethereum วันนี้เมื่อราคาขึ้นมาถึงจุดเข้าซื้อบริเวณ 2,380 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 2,402 ดอลลาร์ บริเวณราคาราว 2,402 ดอลลาร์ มีแผนจะปิดสถานะซื้อและขายทำกำไรทันทีเมื่อมีการย่อตัวของราคา ก่อนเข้าซื้อเมื่อเกิดการเบรกเอาท์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และตัวชี้วัด Awesome อยู่เหนือระดับศูนย์
สถานการณ์ที่ 2: สามารถพิจารณาซื้อ Ethereum จากแนวรับล่างบริเวณ 2,360 ดอลลาร์ได้ หากตลาดไม่แสดงปฏิกิริยาต่อการเบรกเอาท์และราคากลับขึ้นไปยังโซน 2,380 และ 2,402 ดอลลาร์อีกครั้ง
สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะขาย Ethereum วันนี้เมื่อราคาลงมาถึงจุดเข้าขายบริเวณ 2,360 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรฝั่งขายที่ 2,330 ดอลลาร์ บริเวณราคาราว 2,330 ดอลลาร์ มีแผนจะปิดสถานะขายและกลับมาซื้อทันทีเมื่อมีการรีบาวด์ของราคา ก่อนเข้าขายเมื่อเกิดการเบรกเอาท์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน และตัวชี้วัด Awesome อยู่ในโซนต่ำกว่าระดับศูนย์
สถานการณ์ที่ 2: สามารถพิจารณาขาย Ethereum จากแนวต้านบนบริเวณ 2,380 ดอลลาร์ได้ หากตลาดไม่แสดงปฏิกิริยาต่อการเบรกเอาท์และราคากลับลงไปยังโซน 2,360 และ 2,330 ดอลลาร์อีกครั้ง