อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ในวันศุกร์ไม่มีการประกาศรายงานด้านมหภาคที่สำคัญ ยกเว้นดัชนีราคาผู้ผลิตในเยอรมนี ซึ่งไม่ได้มีนัยสำคัญต่อภาพรวมของตลาดมากนัก ดังนั้นตลอดทั้งวัน คู่สกุลเงินทั้งสองอาจมีการปรับฐานลงหลังจากการปรับตัวขึ้นเมื่อวานนี้ ประเด็นหลักที่ต้องระวังคือ การปรับฐานขาลงไม่ควรพัฒนาไปเป็นแนวโน้มขาลงรอบใหม่ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมของเทรดเดอร์น้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเทรดเดอร์จะเพิกเฉยต่อปัจจัยดังกล่าว สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด และสถานการณ์ด้านทรัพยากรพลังงานทั่วโลกยังอยู่ในภาวะวิกฤติ
ในวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ ตลาดอาจเคลื่อนไหวไปทิศทางใดก็ได้ เนื่องจากทิศทางของเหตุการณ์ในตะวันออกกลางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ สำหรับวันนี้สามารถเทรดคู่เงินยูโรได้จากบริเวณ 1.1527–1.1531 และ 1.1584–1.1591 ส่วนเงินปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้จากบริเวณ 1.3403–1.3407 เรายังไม่เห็นปัจจัยรองรับที่ชัดเจนสำหรับการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างแรงและต่อเนื่อง (เมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งหมด ไม่ใช่เพียงด้านภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น) อย่างไรก็ดี สงครามในตะวันออกกลางอาจยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าได้ต่อไป
ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นระดับราคาที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดออร์เดอร์ Buy หรือ Sell โดยสามารถตั้งจุด Take Profit ไว้บริเวณระดับเหล่านี้ได้
เส้นสีแดงคือช่องแนวโน้มหรือเส้นแนวโน้ม ซึ่งแสดงทิศทางของเทรนด์ปัจจุบันและบอกว่าขณะนี้ควรเทรดไปทางทิศใดจึงจะได้เปรียบ
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์สำคัญและรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ (ซึ่งระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือเลือกออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาอย่างรุนแรงสวนทางกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ออร์เดอร์ทุกครั้งที่จะปิดกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว